[Military]ACR(Adaptive Combat Rifle)

posted on 24 Dec 2009 15:53 by sakamoto in Military

ตามกระแสความแรงของปืนนี้กันสักหน่อย หลังจา่กที่ปืนออกทำมาให้ฮือฮากันมากในงาน Shot Show 2007 ในชื่อของ Magpul Masada แถมยังได้ไปออกในรายการ Future Weapon ทาง Discory Channel 

หน้าตาปืนนั่นแปลกประหลาด ละมายคล้ายคลึงกับ SCAR ที่ FN สุดแสนจะภูมิใจยังไงยังงั้น จนทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดกันไปได้ในช่วงแรกๆืที่เห็น(รวมทั้งผมด้วย lol~) 

Magpul Masada(รูปจาก Wikipedia)

Magpul Masada 

 

Magpul Masada เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไปครั้งแรกในงาน Shot Show 2007 ออกแบบโดยบริษัท Magpul Industry 

ตัวปืนออกแบบระบบของ M4/M16 ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ชุดหน้าจนถึงพานท้ายและระบบภายใน โดยอาศัยข้อดีของปืนหลายๆรุ่นเช่น XM8,G36,M16,M4,FN SCAR มารวมกัน แต่ก็มีหลายๆอย่างที่ทาง magpul ออกแบบขึ้นมาเอง เช่น ระบบถอดเปลี่ยนลำกล้องที่รวดเร็ว, คันรั้งลูกเลื่อน 2 ด้าน, ตัวปรับแก็ส, ช่องเก็บในกริปกับพานท้ายซึ่งสามารถเก็บถ่านหรือลูกเลื่อนสำรองได้ ตัวปืนสามารถรองรับกระสุนได้หลายขนาดเช่น 5.56,7.62,6.6 และ 6.8โดยเปลี่ยนชิ้นส่วนเพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้น จุดขายอันดับหนึ่งของปืนนั่นคือความเป็นโมดุลทุกส่วนสามารถแยกกันได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นจุดขายเดียวกันกัีบใน FN SCAR

 

หลังจากนั้น ทาง Magpul ได้ทำการเซ็นสัญญาขาย แบบปืนให้กับทางบริษัท Bushmaster Firearms และชื่อปืนถูกเปลี่ยนจาก Magpul Masada มาเป็น Bushmaster ACR เปิดตัวในงาน ShotShow 2008 และเปลี่ยนจุดต่างๆของปืนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นคันรั้งลูกเลื่อนถูกนำมาด้านหน้าแทนเพราะของเดิมวางไว้เหนือช่องคัดปลอกแล้วมีปัญหาเวลาดึงคันรั้งแล้วจะโดนพวกกล้อง Optic ขวางทำให้ลำบากในการปฏิบัติและยังเพิ่ม ปุ่ม forward assist ไว้ที่คันรั้งด้วย

 

,เป้าเล็งหน้าด้านเป็นแบบสปริงเด้งได้ สามารถพักเก็บได้

, การถอดลำกล้องของเดิมคือต้องหมุนตัวล็อกแล้วถอด ของใหม่ให้หมุน 3 รอบจึงจะถอดได้

ดึงพินล็อกประกับ(hardguard)

ถอดประกับ

ตัวล็อกลำกล้องมาพร้อมกับคันหมุนปลดล้อกในตัว


,จุดปรับแก็สถูกเพิ่มตัววาวปรับเพื่อความสะดวกในการปรับ

, bolt carrier ถูกเปลี่ยนไปบ้าง มีการเพิ่มจุดรองรับ forward assistเวลาที่ bolt ไม่เข้าที่ก็ให้ดึงคันรั้งลุกเลื่อนมาดันหลัง แล้วกดปุ่มนี้แล้วดึงกลับไป ซึ่งจะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า forward assist ที่มีใน M16/M4 

 

 

 

ในปี 2009 แปลนถูกขายให้กับบริษัท Remington บริษัทแม่ของ Bushmaster Firearms ชื่อเปลี่ยนมาเป็น Remington ACR เพื่อผลิตให้กับกองทัพและเพื่อพัฒนาให้ได้ตามเสปคที่ทางกองทัพต้องการบางส่วนของปืนได้ถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้งเพื่อลดต้นทุนลง เช่น

คันรั้งลูกเลื่อน สามารถใส่แบบด้านเดียวหรือ 2 ด้านก็ได้

,ไม่มีเป้าเล็งด้านหน้าอีกต่อไป

 

หน้าตาชิ้นส่วนของ ACRจะเห็นได้ว่า จากการที่ปืนมีระบบเปลี่ยนลำกล้องแบบไร้เครื่องมือ ทำให้สามารถเปลี่ยนความยาวลำกล้องเป็นแบบต่างๆได้ พานท้ายเช่นกันสามารถเปลี่ยนเป็นแบบตำแหน่งตายตัวหรือแบบเปลี่ยนตำแหน่งได้, hardguard หรือประกับสามารถเปลี่ยนเป็นแบบต่างๆได้ไม่ซ้ำแบบเพื่อความต้องการของผู้ใช้

 

Mechanism Explanation(Remington ACR)

ตัวปืนมาพร้อมกับรางแบบพิคาทินนี่ซึ่งมีไว้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆเช่นกล้อง Optic,เลเซอร์ชี้เป้า

แม็กกาซีนในรูปเป็น P-Mag ของบริษัท Magpul(ซึ่งเป็น Magazine ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะน้ำหนักเบา ราคาถูก เชื่อถือได้ ป้อนลูกไม่ติดขัด ถูกรถทับยังไม่พังแถมยังยิงต่อได้หน้าตาเฉย ทนทานขนาดควายเรียกพี่) ตัวปืนนั่นสามารถรับ magazine STANAG ทั่วๆไปที่ใช้กับ M16/M4 ได้

ส่วนต่างๆบนตัวปืนนั่นล้วนทำจาก Polymer น้ำหนักเบาเกือบจะทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการนำพา 

Upper Receiver หรือ body ส่วนบนทำจาก อลูมีเนียมเพื่อส่วนนี้ต้องรับการเคลื่อนไหวของลุกเลื่อนจึงจำเป็นต้องแข็งแรงกว่าส่วนใดๆของปืน

Lower Receiver ทำจาก Polymer น้ำหนักเบา

 ประกับปืนสามารถเปลี่ยนเป็นแบบต่างๆได้ ทั้ง แบบ masada เดิมซึ่งมีมิติคล้ายประดับ MOE ของ magpul หรือ ประกับพร้อมราง หรือประกับที่สามารถเพิ่มรางได้แบบในรูป

กริปมือนั่นถูกทำให้มีผิวที่ขรุขระเพื่อกันลื่น อีกทั้งยังมีช่องเก็บของภายในไว้สำหรับเก็บถ่านสำรองหรือลูกเลื่อนสำรองได้

พานท้ายทำจาก Polymerเปลี่ยนเป็นแบบความยาวตายตัวหรือแบบความยาวปรับได้ โดยพานท้ายนั้นมีจุดใส่สลิงแขวน 2 แบบคือแบบใช้เกี่ยวล็อกกับตัวปุ่มล็อก

คันรั้งลูกเลื่อนอยู่ที่ตำแหน่งหน้าด้านเหนือประกับปืน ซึ่งสามารถถอดย้ายมาทางขวาหรือซ้ายได้โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนอื่น ภายใน Upper Receiver จะมีรางเหล็กอยู่สำหรับรองรับลูกเลื่อนและตัวคันรั้ง

เมื่อทำการยิงคันรั้งลูกเลื่อนจะไม่ขยับตามลูกเลื่อนเหมือนกับปืนหลายๆประเภทที่คันรั้งลูกเลื่อนกับลูกเลื่อนอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน(เช่น SCAR) ทั้งนี้เพราะ ลูกเลื่อนกับคันรั้งนั้นทำการอิสระจากกัน

การถอดแยกบอดี้ล่างบน กระทำเหมือน M4/M16 คือถอดสลัก 2 ตัวออก

ระบบแก็สเป็นระบบ Short Stroke ซึ่งสามารถลดแรง Recoil ได้บางส่วน 

gas system นั่นสามารถถอดล้างได้อย่างง่ายดายโดยการหมุนตัวปรับ แล้วถอดออก ก็จะสามารถดึง gas rod ภายในออกมาได้(ถ้านึกไม่ออกลองไปดูใน remingtonmilitary.com/acr นะครับ อธิบายไว้ชัดเจนมาก)

 Gas rod นั่นมีไว้สำหรับรับการกดดันจากแก็สซึ่งมาจากการเผาไหม้ในขณะยิง เมือแท่งนี้ถูกดัน แท่งจะไปดัน bolt carrier ให้ถอยหลังเพื่อให้ครบรอบการทำงาน ซึ่งระบบนี้มีดีที่ความร้อนจากแก็สจะไปไม่ถึงตัว bolt carrier จึงสามารถลดปัญหาความร้อนในตัวปืน ลดปัญหา jamming ทำให้ปืนมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

ระบบแก็สทำให้ปืนสามารถยิงได้แม้ปืนจะจมน้ำก็ตาม อีกทั้งยังสามารถจมดินจมทรายแม้แต่โคลนก็ได้

จากการทดสอบปืนสามารถทนทานต่อทุกภาพ แม้ขี้เกลือขึ้น จมโคลน จมทราย จมน้ำ หรือเย็น ก็ยังคงยิงต่อไปได้โดยไม่ติดขัดแต่อย่างใด

เมื่อเทียบกับใน M16/M4 แก็สจะต่อตรงมาที Bolt carrier ให้แก็สเป็นตัวพลัก bolt โดยตรง ซึ่งสามารถนี้จะทำให้่ความร้อนเข้าสู่ภายใน Bolt Carrier จะขยายตัวเป็นผลทำให้เกิดอาการ jamming, ท่อแก็สนั่นมีขนาดเล็ก(เท่าหลอดกาแฟหรือเล็กกว่า) เมื่อจมน้ำ จะทำให้การยิงติดขัด(จากการทดสอบภายใต้สภาวะจมน้ำของ M4 กับ HK416  ปรากฏว่า Upper Receiver ของ M4 ถึงกับระเบิดเลยทีเดียว)ทั้งนี้เพราะระบบแก็สใน M16/M4ไม่มีสามารถในการระบายน้ำหรือฝุ่นเดินทรายออก

tooless quick change barrel system มีไว้สำหรับถอดเปลี่ยนลำกล้องโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษใดๆทั้งสิ้น ซึ่งไม่เหมือนกัีบใน M16/M4 การจะถอดลำกล้องจำเป็นต้องหมุนแหวนล็อกลำกล้องด้วยอุปกรณ์พิเศษซึ่งยุ่งยากมากในการปฏิบัติ ตัวก้านมีไว้สำหรับหมุนปลดล็อกตัวล็อกลำกล้อง ซึ่งเป็นแบบ Bult-in ภายใน ลำกล้องนั่นสามารถรองรับลำกล้องของ M16/M4 ได้ 

ปลอกลดแสงมีเกลียวในตัวเอาไว้สำหรับรองรับ AAC Silencer โดยเฉพาะ

 

ตัวสลักล็อก handguard จะแยกกันกับ สลักล็อก body บนล่าง(ในรูปผมชี้ผิดที่นะครับ ในรูปนั่นเป็นตัวรับสลิง พินล้อกประกับจะอยู่ด้านล่าง ที่เป็น 3 รูนั่นละครับ รูสลักล็อก body บนล่างจะอยู่ซ้ายสุด ส่วนรูสลักทางขวาสุดสำหรับล็อกประกับ) เพียงถอดมันออกตัวเดียว ก็จะสามารถถอดประกับออกได้ทันที โดยด้านหน้าของ Upper Receiver นั่นมีรางรองรับประกับอยู่แล้ว 

Bolt head เป็น Rotating bolt หัว 8 เหลี่ยมสามารถใช้ของ M4/M16 ได้

เข็มแทงชนวนใช้ของ M4/M16 ได้

 (ในรูปเป็นลูกเลื่อนของ masada)

ตัว bolt, bolt carrier,เข็มแทงชนวนและสปริงถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกันตัว Bolt Carrier นั่นสามารถรองรับกระสุนหลายได้ขนาด สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนหัวลูกเลื่อนเท่านั้น ถ้าจะเปลี่ยนไปใช้กระสุนขนาดอื่น

สปริงตัวนี้จะหน้านี้เหมือน Buffer Spring  M16/M4 มีไว้เพื่อดันลูกเลื่อนให้กลับเข้าที่ แต่อยู่คนละตำแหน่งกันใน M16/M4ซึ่งปกติจะอยู่ในแกนพานท้ายปืน แยกกันกับ bolt carrier

 ตัว Bolt Carrier มีโหนกด้านบนมีไว้สำหรับรองรับ Gas Rod ซึ่งเมื่อทำการยิง แก็สจากการเผาไหม้จะเข้าสู่ Gas Port แล้ววิ่งมาชนกับ Gas Rod แล้ว Rod จะมาดัน Bolt Carrier ที่จุดนี้

ใน ACR version ตัว bolt carrier นั่นจะเพิ่มจุดที่คล้ายๆเขี้ยวงอกขึ้นมา มีไว้สำหรับรับเขี้ยวล็อกของ Forward assist 

พานท้าย 2 แบบตัวบนนั่นสามารถปรับความยาวและความสูงได้ ส่วนตัวล่างปรับได้แต่ความสูงอย่างเดียว

ทั้งสองตัวเหมือนกันที่มียางรองรับที่ตูดพานท้ายสำหรับเวลาประทับปืน,จุดใส่สลิง 2 แบบ(ด้านหลังที่ลักษณะเป็นที่แขวนสำหรับตัวเกี่ยวสายสะพายกับอีกอันเป็นรูใหญ่ๆด้านบนสำหรับใส่ปุ่มล็อกสลิงสายสะพาย)

ตัวบนเป็นพานท้ายพับได้ ซึ่งสามารถลดความยาวของตัวปืนลงได้ และยังมีช่องเก็บของในภายในอีกด้วย

 บริเวณ magazine well grip ทำให้มีผิวขรุขระกันลื่น เพราะบางคนจะจับประคองปืนบริเวณนี้

Mode Selector(ปุ่มเลือกโหมดการยิง ) , bolt Release,magazine release(ปุ่มปลดแม็ก),trigger(ไกปืน) ถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกัน

ปุ่มเลือกโหมดการยิง,Bolt Release,ปุ่มปลดแม็ก สามารถกระทำได้จากทั้งซ้ายและขวา(ambidextrous)

ตัว Trigger guard นั่นถูกออกแบบมาให้หักลง ทำให้ช่องวางนิ้วกว้างขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับผู้ใช้ที่ใส่ถุงมือ ทำให้เวลายิงไม่รู้สึกติดขัด(ในM4/M16 Magpul ออก trigger guard ลักษณะนี้มาให้เปลี่ยนแล้วเช่นกัน)

ตำแหน่งของ bolt release นั่นจะอยู่บริเวณใต้โกร่งไก ปกติเวลาจะทำการปลดลูกเลื่อน ใน M4/M16 ปุ่มนี้จะอยู่ด้านซ้ายของปืนค่อนข้างลำบากสำหรับผู้ใช้ที่ถนัดซ้าย ใน ACR ปุ่มนี้สามารถใ้ช้ได้ทั้ง 2 ด้าน

ข้อดีของ bolt release ที่อยู่ในตำแหน่งนี้คือ ขณะทำการปลดลูกเลื่อน มือผู้ใช้จะไม่ออกไปจากกริปปืน เมื่อเกิดอันตรายใดๆ ผู้ใช้สามารถยิงตอบโต้ได้ไวยิ่งขึ้น

เวลาทำการ reload สำหรับผู้ถนัดขวา ให้ใช้มือซ้ายโหลดกระสุนเข้าไปใหม่มือขวาใช้เพียงนิ้วกดปุ่มปลดลูกเลื่อนโดยไม่ต้องปล่อยมือจากไกปืน ทำให้พร้อมยิงได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ใช้ที่ถนัดซ้ายก็ทำตรงกันข้าม

เมื่อเกิดปัญหา double feed(ป้อนลูกซ้อน) ปกติแล้วใน M4 เวลาปฏิบัติก็ให้ล็อกลูกเลื่อนมาด้านหลัง ซึ่งปกติมือซ้ายจะต้องกด bolt release ด้านซ้าย มือขวาดึงคันรั้ง(มือขวาจะต้องออกจากไกปืนทันที) ปลดแม็ก ดึงคันรั้ง 2-3 ครั้งด้วยมือซ้าย แล้วใส่แม็กใหม่ จากนั้นใช้มือซ้ายดึงคันรั้งเพื่อป้อนลูก 

ใน ACR คันรั้งกับ bolt release จะช่วยปัญหานี้เป็นอย่างมาก ใน ACR เมื่อเกิด double feedใช้เพียงแต่ใช้มือซ้ายดึงคันรั้ง มือขวาใช้เพียงนิ้วชี้ดัน เพื่อล็อกลูกเลื่อน ปลดแม็ก ดึงคันรั้ง 2-3 ครั้งตามปกติ เมื่อลูกกระสุนถูกดีดออกแล้ว ก็ล็อกลูกเลื่อน ใส่แม็ก แล้วกด bolt release 

สรุปว่าคันรั้งลูกเลื่อนหน้าหน้ากับ bolt release นั่นเพิ่มความรวดเร็วในการกระทำสิ่งต่างๆให้กับผู้ใช้ได้มาก โดยที่มือไม่จำเป็นต้องออกห่างจากไกปืนแม้แต่น้อย

ตัว Drop-in modular trigger system เป็นการนำ ไกปืน,เซียร์,นกสับ มารวมกันไว้ในกล่องเดียวกันซึ่งสามารถถอดออกได้โดยง่ายเพื่อทำความสะอาดหรือเปลี่ยนกล่องนี่เมื่อ ไกปืน,นกสับหรือ เซียร์เกิดการเสียหายได้เพียงปลดตัวเลือกโหมดการยิงออกก็ถอดออกได้แล้ว (บริษัท Timney Mfg ได้ออก drop-in trigger group สำหรับ M4/M16 มาแล้วครับ ดูที่(find page ด้วย >> Timney Mfg. AR15 Drop-in Trigger Group) http://www.militarymorons.com/weapons/ar.access.htm

 

ACR ได้รับการปรับปรุงแก้ไขโดย Magpul,Bushmaster และ Remington ทุกอย่างใน ACR ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการถอดประกอบที่ง่าย การเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆที่รวดเร็ว ความทนทานต่อสภาพอากาศแย่ๆต่างๆได้ น้ำหนักเบา การปลดลูกเลื้อนที่ง่ายดายและรวดเร็ว ใช้ชิ้นส่วนหลายๆอย่างจาก M4 ได้ และน่าเชื่อถือ โดยปืนนี้ได้รับการกล่าวขานกันมากในสหรัฐและมีผู้ที่อยากเป็นเจ้าของอย่างมากมายด้วยประสิืทธิภาพที่เหนือกว่า m4 ทุกรูขุมขน

ผู้ผลิต ACR ให้กับกองทัพจะเป็น Remington ในขณะที่ Bushmaster จะผลิตให้กับพลเรือนทั่วไป ซึ่งจะยิงได้เฉพาะ Semi-auto เท่านั้น(เป็นกฏหมายการครอบครองอาวุธ)โดยออกจำหน่ายในไตรมาศที่ 2 ของปี 1010 ข่าวคราวที่เหลือก็ไปรอดูใน ShotShow1010 ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 19-22 มกราคม 2010 Las Vegas, Nevada นะครับ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่มเติมนิด

และด้วยระบบแก็สของ M16 ที่ไม่สามารถจมน้ำได้ คุณจึงเห็นทหารชูปืนขึ้นเหนือหัวเวลาเดินข้ามแม่น้ำลำคลองในหนัง ของจริงก็เป็นแบบนั้น

#1 By Sakamoto Miwa on 2010-01-08 23:15